6/01/2007
>> โรคติดเน็ตคุณเป็นหรือเปล่า???

โรคติดเน็ตคุณเป็นหรือเปล่า???



อินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่ง ซึ่งก็เช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น คือมีทั้งข้อดีและข้อเสีย นอกเหนือไปจากเรื่องไม่ดีไม่งามต่าง ๆ ที่หลั่งไหลมากับสื่อชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพลามกอนาจาร ไวรัส การพนัน หรืออะไรร้าย ๆ ทำนองนี้แล้ว แม้แต่คนเล่นเว็บที่เลือกชมแต่สิ่งดี ๆ ก็อาจจะมีปัญหาได้เหมือนกัน

เนื่องจากในสังคมอเมริกันมีคนใช้อินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก และนับวันก็จะเพิ่มขึ้น ดังนั้น เขาจึงเกิดความเป็นห่วงกันว่า เทคโนโลยีใหม่นี้จะส่งผลกระทบอะไรต่อสภาพจิตใจคนบ้างหรือเปล่า ดังนั้นนาย David Greenfield นักวิจัยและนักจิตบำบัด จึงได้ร่วมกับสำนักข่าว ABC News ทำการสำรวจความรู้สึกและสภาพจิตใจของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมากถึง 17,251 ราย ผ่านทางเว็บไซท์ www.abcnews.com

ซึ่งถือเป็นการศึกษากลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำกันมา และได้นำเสนอผลงาน ครั้งนี้ในที่ประชุมประจำปีของสมาคมจิตเวชอเมริกัน (American Psychological Association) เมื่อเดือนสิงหาคม (2542) ที่ผ่านมาเอง


 
 

ผลการศึกษาครั้งนี้ดูเหมือนจะสนับสนุนแนวความคิดที่กำลังเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นว่า ความอยากใช้อินเตอร์เน็ตอย่างไม่อาจหักห้ามใจตัวเอง หรือเราอาจเรียกว่า "โรคติดเน็ต" นั้น เป็นปัญหาทางจิตอย่างหนึ่ง และเป็นปัญหาที่มีอยู่จริง
 
 
 
 
 
 
แบบสอบถามที่ใช้ในการสำรวจครั้งนี้

Greenfield ปรับปรุงมาจากแบบสอบถามที่ใช้กับผู้ติดการพนัน ซึ่งถ้าผู้ถูกสำรวจตอบ "ใช่" มากกว่า 5 ข้อจากเกณฑ์ 10 ข้อ ก็จะถูกประเมินว่ามีอาการติดอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่ามีผู้อยู่ในเกณฑ์นี้ 990 รายจากผู้ตอบทั้งหมด หรือ ประมาณ 5.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าคิดว่าประชากรที่ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกมีประมาณ 200 ล้านราย ก็หมายความว่าอาจจะมีผู้ติดเน็ตถึง 11.4 ล้านคนทีเดียว

Greenfield กล่าวว่า "ในฐานะนักบำบัด ผมพบผู้ป่วยทั้งประเภทที่ครอบครัวแตกแยก, เด็ก ๆ มีปัญหา, พวกที่ทำผิดกฏหมาย และ พวกที่กำลังใช้เงินมากเกินไป

อย่างไรก็ดีจำนวน 5.7 เปอร์เซ็นต์ที่มีปัญหานั้น ก็จัดว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ที่คิดว่ามีประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า ซึ่งเป็นผลมาจากการสำรวจของนักเรียนระดับวิทยาลัย นอกจากนี้การสำรวจยังทำผ่านเว็บไซท์เพียงแห่งเดียว และแบบสอบถาม ยังอยู่ติดกับหัวข้อข่าวเรื่องการติดอินเทอร์เน็ตด้วย ดังนั้นผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จึงอาจมีแนวโน้มของอาการนี้อยู่แล้วก็ได้ ซึ่งจะทำให้ผลสำรวจเบี่ยงเบนไปบ้าง
 
สำหรับผลสรุปอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งนี้ก็เช่น

• 1 ใน 4 บองนักเล่นเว็บยอมรับว่าใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อบรรเทาความรู้สึกตกต่ำ, สิ้นหวัง, สำนึกผิด และความกลุ้มใจ

• 1 ใน 7 ยอมรับว่ามีความรู้สึกหมกมุ่นถึงอินเตอร์เน็ตระหว่างที่ไม่ได้เล่น

• 1 ใน 7 เช่นกัน บอกว่าเคยพยายามจำกัดการใช้ แต่ล้มเหลว

• 1 ใน 14 มีความรู้สึกกระวนกระวายและหงุดหงิดเมื่อพยายามจะลดการเล่น

• 1 ใน 25 ตอบว่าตนสูญเสียงาน โอกาสทางวิชาชีพ หรือความสัมพันธ์ที่สำคัญเพราะนิสัยการเล่นอินเตอร์เน็ต 



 

 
 

tags : โรค   เน็ต  
posted by hirokung : 2007-01-06 10:27:27
5/01/2007
>> มากำจัดสิ่งที่ทำให้คุณไม่มั่นใจกัน

"มากำจัดสิ่งที่ทำให้คุณไม่มั่นใจกัน"


กลิ่นปากไม่พึงประสงค์ มักจะเป็นปัญหาในอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คุณไม่มั่นใจในตนเอง ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีช่วยในคุณพิชิตกลิ่นปากเหล่านั้นได้ค่ะ

แต่ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่า กลิ่นปากเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง แน่นอนว่าสาเหตุต้น ๆ นั่นก้คือ เกิดจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป,เศษอาหารที่ค้างคาอยู่ตามซอกฟัน, แบคทีเรียในหมากฝรั่ง, การกินอาหารไม่ถูกหลัก (อันนี้พวกสาวไดเอ็ทต้องระวัง), การติดเชื้อทางระบบหายใจ, ระบบย่อยอาหารเกิดอาการผิดปกติ,การ เสื่อมและผุพังของเนื้อฟัน รวมถึงกลิ่นจากการสูบบุหรี่

และตัวการร้ายอันดับหนึ่ง ที่สำคัญมาก ๆ แต่มักจะถูกมองข้ามไป นั่นคือแบคทีเรียไม่รักดี ที่ทั้งเกิดและอาศัยอยู่บนลิ้นของเราๆท่านๆ นั่นเอง โดยแบคทีเรียชนิดนี้มีอยู่ในปากของทุกคน มีหน้าที่อะไรไม่รู้แน่ แต่ชอบเปลี่ยนตัวเองเป็นสารประกอบซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ซึ่งสารประกอบตัวนี้พอมีมากๆเข้าก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากตามมา 
ส่วนวิธีใดบ้างนั้นที่จะช่วยลดการเกิดกลิ่นปาก มาดูกันเลย...

1. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะเมื่อปากแห้งความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากจะเพิ่มมาก ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย

2. ดื่มน้ำมากๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย

3. แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร และอย่าลืมแปรงด้านบนของลิ้น อันเป็นที่เกิดของแบคทีเรียด้วย 4.ใช้ไหมขัดฟันวันละ 2-3 ครั้ง

4. ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก

5. เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล
 
 

6. เคี้ยวใบผักชีฝรั่งหรือกานพลูหลังมื้ออาหาร

7. งดอาหารกลิ่นแรง เช่น กระเทียม,หอมใหญ่,พริกไทย และชีส

8. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก

9. กินอาหารให้ครบหมู่ แม้ว่าคุณจะกำลังลดความอ้วนอยู่ก็ตาม

10.เลิกสูบบุหรี่

11.ตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ

วิธีง่าย ๆ ลองไปทดลองทำกันดู เดทหน้ารับรองว่าไม่มีปัญหากลิ่นปากมากวนใจคุณแน่นอน...


 นายฮิโรกิคุง
 


tags : กำจัด   มั่นใจ  
posted by hirokung : 2007-01-05 11:50:10
/18